ห้องเย็นยืนยันถึงอย่างไรก็ต้องซื้อ ไม่สนคำประกาศสหรัฐฯ รอผลสอบวันที่ 17 ก.พ.
47 นี้ หากคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศ สหรัฐฯ ประกาศว่าการนำเข้าก่อให้เกิดความเสียหายจริง
เตรียมส่งเข้าตลาดอื่นแทน เกษตรกรไม่ต้องตกใจเตรียมลงกุ้งครอปใหม่ได้เลย แต่เน้นกุ้งดำ
ไซซ์ใหญ่ ไร้สารตกค้าง
ห้องเย็นยืนยันต้องซื้อ
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ อุปนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย/สมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า
ปัจจุบันในเรื่องการฟ้องทุ่มตลาดยังไม่มีอะไรคืบหน้าแต่อย่างไร แต่ถ้าถามถึงเรื่องการซื้อกุ้งหรือไม่ซื้อของห้องเย็นนั้น
ตนตอบได้เลยว่าถึงอย่างไรก็ต้องซื้อกุ้งแน่นอน เพราะโรงงานต้องมีคนงานที่ต้องรับผิดชอบอีกเยอะ
จะหยุดซื้อเลยคงไม่ได้ สมมติถ้าส่งเข้าสหรัฐฯ มีปัญหาก็ต้องทำส่งเข้าตลาดญี่ปุ่น
ยุโรป ออสเตรเลียไปก่อน แต่จะบอกว่าซื้อมากน้อยเพียงใด คงตอบไม่ได้ ส่วนหนึ่งต้องรอผลในวันที่
17 ก.พ. 47 จากคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศ (ITC) สหรัฐฯ ถ้าเขาประกาศว่าการนำเข้ากุ้งจากไทย
ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมกุ้งสหรัฐฯ การไต่สวนในเรื่องนี้ก็จะดำเนินการในขั้นต่อไป
แต่ถ้ากุ้งไทยไม่ทำความเสียหายกับให้เขา ผู้ส่งออกก็ยังขายได้ปกติ แต่ถ้าประกาศออกมาแน่นอนว่าเราทำความเสียหายให้อุตสาหกรรมภายในของสหรัฐฯ
ผู้ส่งออกก็ต้องปรับบทบาทตลาดสหรัฐฯ ใหม่
ทวงตลาดญี่ปุ่นคืน
สำหรับตลาดทดแทนหรือตลาดใหม่ที่จะไปแทนที่ตลาดสหรัฐฯ นายพจน์ กล่าวว่า การส่งออกกุ้งเราคงไม่ได้สร้างตลาดใหม่แต่จะเป็นตลาดเก่าที่เคยทำไว้แล้ว
ทั้งตลาด ญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย แต่ว่าที่ผ่านมาเราทำน้อยไป พูดง่ายๆ ว่าตลาดญี่ปุ่นเราเคยเป็นอันดับ
1 วันนี้เราหล่นอยู่อันดับ 5 ดังนั้นต้องกลับมาทำตลาดกันใหม่ ต้องขึ้นมาเป็นอันดับ
1 ให้ได้ และตลาดอียูธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ก็ประกาศออกมาแล้วว่าจะช่วยประกันการส่งออกให้
ถ้าเกิดอียูทำลายจะชดเชยให้ เรียกว่าทวงตลาดเก่ากลับคืนมาให้ได้เท่านั้นเอง
ขอกุ้งดำไซซ์ 50 ตัว ไร้สาร
ต่อคำถามที่ว่าสำหรับยุทธวิธีในการต่อสู้กับประเทศคู่แข่งที่ต่างเตรียมขนกุ้งไปขายในตลาดญี่ปุ่นและตลาดอียูเช่นเดียวกับไทยนั้น
คุณพจน์ตอบว่า "ถ้าจะให้ได้เปรียบจริงก็ต้องเลี้ยงกุ้งให้ได้ไซซ์ใหญ่ ขอเป็นกุ้งกุลาดำไซซ์ใหญ่
ไร้สารตกค้าง อันนี้คือความได้เปรียบของเรา ดังนั้นเกษตรกรต้องลงกุ้งกุลาดำไว้เยอะๆ
หน่อย เลี้ยงไซซ์ใหญ่ ปลอดยาไม่มีปัญหาแน่นอน ท้ายสุดฝากถึงเกษตรกรว่า ขอให้ลงกุ้งได้เลยไม่ต้องกังวล
แต่อย่าลงแน่น ลงกุ้งกุลาดำบางหน่อย ทำให้ไร้สารตกค้าง และเลี้ยงให้ได้ไซซ์ใหญ่ประมาณ
50 ตัว/กก. อย่างไรเราก็ได้เปรียบคู่แข่ง แต่ถ้าเป็นกุ้งขาวไซซ์ 70-80 ตัว/กก.
คงต้องทำตลาดภายในประเทศทดแทนปัญหาเรื่องไก่ไป"
คนเลี้ยงไม่กล้าลงกุ้ง
นายนิธิศ ภัทรกุลชัย นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับผู้ส่งออกในเรื่องฟ้องทุ่มตลาดที่สมาคมกุ้งไทย
เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 47 ว่า ถ้าถามถึงการลงกุ้งของเกษตรกรตอนนี้ยังไม่มีใครกล้าลง
เพราะรอดูสถานการณ์การส่งออก ซึ่งคงได้คำตอบในวันที่ 17 ก.พ. 47 นี้ และทางตัวแทนห้องเย็นที่เข้าร่วมการประชุม
ต่างก็ประกาศออกมาแล้วว่า ถึงอย่างไรก็ต้องมีการซื้อกุ้งอยู่อย่างแน่นอน เพราะห้องเย็นต้องรับภาระแรงงานอีกหลายชีวิต
แต่คงชะลอการซื้อลงไปบ้างในช่วงเดือน ก.พ. นี้
โอกาสหลุดคดี
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสหลุดจากข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ นายนิธิศ
กล่าวว่า "ความน่าจะเป็น ทุกคนมั่นใจว่าเราจะหลุด แต่ผมมองว่ามันหลุดยาก
เพราะสหรัฐฯ ฟ้องทั้ง 6 ประเทศในสำนวนเดียวกันถ้าจะหลุดคงหลุดทั้ง 6 ประเทศ แต่ถ้าไม่หลุดเราต้องมาดูกันที่ภาษี
ว่าไทยจะโดนเท่าไร เราอาจไม่โดนถึง 57% คงอยู่ที่ประมาณ 5-20%"
เหตุที่เดือนมกราคมราคากุ้งดี
น.สพ. สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย อีกหนึ่งท่านที่เข้าร่วมประชุม
กล่าวว่า ในเดือนมกราคมราคากุ้งขยับตัวสูงขึ้น เพราะฝ่ายผู้ส่งออกต่างเร่งส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ
ฝ่ายผู้ซื้อที่สหรัฐฯ เองก็รีบที่จะซื้อก่อนคำประกาศของคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ
ซึ่งจะมีผลต่อการเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง และเมื่อตลาดสหรัฐฯ ชะลอการซื้อลง ดังนั้นผู้ส่งออกต้องมีตลาดอื่นรองรับและหามาตรการต่างๆ
ไว้รับมือ
ชี้ 3 ทางออก
น.สพ.สุรศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ทางออกที่เราเตรียมไว้มีด้วยกัน
3 ข้อ คือ 1.โครงการรับจำนำกุ้งของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยเหลือในส่วนของกุ้งกุลาดำ
สำหรับระยะเวลาในการรับจำนำนั้น ทางอธิบดีกรมการค้าภายใน นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ
ได้รับรองด้วยตนเองแล้วว่าถ้าหากเกิดปัญหาเรื่องราคา จะเลื่อนเวลารับจำนำออกไปอีก
2.รณรงค์การบริโภคภายในประเทศ กรณีนี้เป็นการแก้ปัญหาสำหรับกุ้งขาว ช่วงนี้ไข้หวัดนกระบาดทำให้กุ้งขาวได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคภายในประเทศได้มากกว่าปกติ
3.การวางแผนการเลี้ยงในครอปต่อไป ต้องทำให้ต้นทุนต่ำ คุณภาพดีและที่สำคัญต้องปลอดสารตกค้าง
"ผมมีความคิดว่าในส่วนของข้อ 2 ซึ่งเป็นอนาคตของคนเลี้ยงกุ้งขาว เกษตรกรควรมีการประสานกันในเรื่องของการตลาดให้มากกว่าเดิม
ตอนนี้ตลาดสัตว์น้ำไทยได้เปิดเป็นศูนย์รวมข้อมูล โดยให้ทุกคนโทรศัพท์มาสอบถามข้อมูล
และแจ้งข้อมูลการผลิตว่ามีปริมาณกุ้งอยู่เท่าไร พื้นที่ไหนบ้าง และมาประสานร่วมกันว่าควรจับขายเมื่อไร
อย่างเช่น กลุ่มจังหวัดสตูลผมให้เขาติดต่อกับห้องเย็นในภาคใต้ ส่วนกลุ่มภาคกลางให้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามถึงความต้องการของโรงงานบ้าง
ต้องการเดือนไหน จำนวนเท่าไร ถ้าเกษตรกรสามารถขายตรงกับห้องเย็นได้จะเป็นเรื่องดี"
ยุทธศาตร์ผลิตกุ้งมิติใหม่
ต่อคำถามที่ว่าทิศทางการผลิตกุ้งในปี 2547 จะเป็นอย่างไร น.สพ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า
ส่วนตัวแล้วยังเชื่อมั่นว่าปีนี้เกษตรกรยังสามารถเลี้ยงกุ้งได้เกิน 300,000 ตัน
ซึ่งตลาดก็สามารถที่จะรองรับได้หมด แต่ว่าระยะแรกใน 4-5 เดือนอาจมีการชะลอบ้าง
พอช่วงกลางปีอุตสาหกรรมกุ้งเริ่มเข้าที่แล้ว จะเกิดมิติใหม่ในวงการกุ้งขึ้นมาที่เรียกว่า
"ยุทธศาตร์ผลิตกุ้งมิติใหม่ปี 2547" ซึ่งจะเป็นการพลิกระบบการผลิต
ระบบการตลาดขึ้นมาใหม่ เกษตรกร โรงเพาะฟัก บริษัทค้าปัจจัยฯ ห้องเย็น จะมีส่วนร่วมในการผลิตทั้งระบบ
ซึ่งส่งผลทำให้คุณภาพกุ้งดีขึ้น และเป็นยุทธวิธีที่นำหน้าคู่แข่ง เป็นการสร้างจุดเด่นให้กับกุ้งไทย
ขอบคุณทีมงาน จาก หนังสือพิมพ์ กุ้งไทย ฉบับเดือน กุมภาพันธ์
2547
สนับสนุนการนำเสนอข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต โดย www.thaishrimp.net