
รู้ลึกเรื่องสีน้ำเทียม

ถาม : ผมเคยใช้สีน้ำเทียมในบ่อเลี้ยงกุ้งมาครั้งหนึ่ง พอเจอเพื่อนเขาบอกว่า ไม่ควรใช้เพราะไม่เกิดผลต่อการเลี้ยง และมีโลหะหนักตกค้างในบ่ออีกด้วย จึงขอให้ช่วยชี้แจงเรื่องนี้ทีครับ
ตอบ: ผมได้รับคำถามนี้จากกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์กุ้งไทยมานานมาก ถูกทวงต้นฉบับหลายครั้ง
ถึงวันนี้ยังไงก็จำเป็นต้องตอบ เพราะกองบรรณาธิการบอกว่าท่านผู้ถามจากภาคตะวันออกโทรมาทวงคำตอบแล้ว
เหตุที่ผมไม่อยากตอบเรื่อง "สีน้ำเทียม" ในตอนแรกนั้น เพราะผมเองเมื่อพูดถึงสีน้ำเทียมในวาระบรรยายแก่เพื่อนเกษตรกร
หรือเขียนสื่อลงหนังสือ ปรากฏว่ามีเสียงตำหนิกลับมาด้วยเช่นกัน ซึ่งสาระโต้แย้งก็คล้ายๆ
กับที่ท่านผู้ถามคำถามนี้เจอแหละครับ ดังนั้น ผมจึงต้องประสานคุณหมอปรีชา เอกธรรมสุทธิ์
ในฐานะนายกสมาคมการค้าปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำไทย และในภาคธุรกิจของคุณหมอเอง ก็มีสินค้ากลุ่มสีน้ำเทียมอยู่ด้วย
ทั้งนี้ ผมได้ขอให้คุณหมอปรีชา ส่งเอกสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สีน้ำเทียมและผลการศึกษาวิจัยที่มีทั้งหมดแก่ผม
เพื่อให้แน่ใจว่า ในสีน้ำเทียมสำหรับบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำมีสารโลหะหนักหรือไม่ เมื่อได้รับเอกสารยืนยันจากต่างประเทศว่า
ปลอดสารโลหะหนักแน่นอน ผมจึงตอบคำถามนี้ครับ
โดยส่วนตัว ผมมีความเห็นว่า สีน้ำเทียมมีประโยชน์กับฟาร์มเลี้ยงกุ้ง
คือ
1.ในกรณีที่ต้องปล่อยกุ้งในขณะที่น้ำใส ใช้สีน้ำเทียมเล็กน้อย
เพื่อพรางแสงระดับหนึ่ง จะช่วยป้องกันไม่ให้ลูกกุ้งตื่น ล่อง และเครียดเกินไป
โดยเฉพาะกรณีกุ้งกุลาดำที่ปล่อยน้ำตื้น ถ้าน้ำใสเกินไป เมื่อเจอแดดจัดกลางวัน
น้ำล่างและตะกอนพื้นบ่อจะร้อนกว่าปกติถึงระดับลูกกุ้งเครียด (ทางที่ดีควรให้มีสีน้ำจากแพลงก์ตอน
ซึ่งเป็นการยืนยันว่าบ่อเราพร้อมที่จะปล่อยลูกกุ้ง)
2.ในกรณีที่แพลงก์ตอนไม่พึงประสงค์บลูมในบ่อ โดยเฉพาะกรณีกลุ่มไดอะตอมบางชนิด
เช่น นิชเชีย หรือกลุ่มไดโนแฟลคเจลเลท ซึ่งปกติถ้าบลูมมากๆ จะติดซี่เหงือก หรือเกิดดรอปพร้อมกันทั้งบ่อจะทำให้ตะกอนแพลงก์ตอนเข้าเหงือกกุ้ง
ซึ่งทั้ง 2 กรณี สามารถส่งผลให้กุ้งเกิดสภาพขาดออกซิเจน (เพราะตะกอนแพลงก์ตอนอุดเหงือก)
เครียดหรือตายบางส่วนได้ ซึ่งปัจจุบันบ่อกุ้งขาวที่ไดโนแฟลคเจลเลทบลูม มีปัญหากุ้งเครียด
กินอาหารลด และโตช้าหรือถ้ากรณีกุ้งเล็กถึงกับมีตัวตายเลยทีเดียว
ในกรณีนี้ ผู้เลี้ยงที่มีความพร้อมอาจจะถ่ายน้ำช่วย แต่บางกรณีมีขีดจำกัด เช่น
เผลอให้แพลงก์ตอนบลูมเร็วเกินไป หรือไม่มีน้ำถ่ายเพียงพอ ก็อาจใช้สีน้ำเทียมช่วยพรางแสงให้สีน้ำเข้มไว้
และเคล้าน้ำตอนกลางวันเพื่อป้องกันแพลงก์ตอนลอยตัวขึ้นสังเคราะห์แสงผิวน้ำ ก็จะช่วยคุมแพลงก์ตอนไม่ให้บลูมมากจนกุ้งเครียด
หรือป้องกันแพลงก์ตอนดรอปพร้อมกันทั้งบ่อได้
แต่ทั้งนี้ ทั้ง 2 กรณี มีวิธีเลียนแบบการพรางแสง คือ ให้น้ำมีตะกอนดินละเอียดแขวนลอยระดับหนึ่ง
อาจโดยลากโซ่ในกุ้งเล็กๆ หรือกรณีกุ้งใหญ่อาจลดอาหารมากๆ ให้กุ้งคุ้ยตะกอน แต่ทั้งนี้
ต้องพิจารณาผลข้างเคียงด้วย เช่น ตะกอนไม่มากเกินจนเข้าเหงือกกุ้งเสียเอง (แต่ถ้าเกิดปัญหาตะกอนเข้าเหงือกก็อาจเพิ่มการตีน้ำช่วยได้)
3.ใช้สีน้ำเทียมช่วยในการคุมอาหาร เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ท่านอาจจะแปลกใจว่าเป็นไปได้อย่างไร
วิธีการนี้ผมเคยใช้ครับ เพราะผมก็เป็นฟาร์มเลี้ยงกุ้งรายย่อยที่ไม่มีผู้จัดการฟาร์มช่วยดูแล
ดังนั้น ในขณะที่ผมต้องเดินทางในงานกิจกรรมบ่อยๆ และครั้งละหลายวัน จึงใช้สีน้ำเทียมช่วยพรางแสงไว้ระดับหนึ่ง
ทำให้แพลงก์ตอนบลูมไม่เต็มที่ พร้อมกับให้คนเลี้ยงวัดแอมโมเนีย ไนไตรท์ เป็นระยะ
ถ้าพบว่าเริ่มสูงมาก ก็ลดอาหารชั่วคราว จึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงอาหารเกินได้
เพราะถ้าอาหารเกินและแพลงก์ตอนบลูมมากๆ จะทำให้มีปัญหาอื่นตามมา ซึ่งต้องสิ้นเปลืองมาก
และกุ้งมีสิทธิ์ชะงักได้ด้วย
แต่ทั้งนี้ คำว่า "สีน้ำเทียม" ถ้าสามารถหลีกเลี่ยง โดยดูแลเอาใจใส่ด้านการเลี้ยงและจัดการเลี้ยงไม่พลาด
จะดีกว่ามากเพราะไม่ต้องเปลืองเงิน และสามารถเลี้ยงกุ้งได้ผลดีอีกด้วย อีกทั้ง
หากจะใช้สีน้ำเทียมในฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ก็ต้องเลือกใช้สีน้ำเทียมมาตรฐานที่ใช้ในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจริงๆ
เพราะหากเป็นสีอุตสาหกรรม แม้ราคาจะถูกกว่า แต่อายุการคงตัวน้อยกว่า ซ้ำร้ายมีโลหะหนักจริงตามที่เขาว่าด้วยครับ
น.สพ.สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ
ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ปักษ์หลัง ฉบับเดือน ตุลาคม 2547
![]()
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล
webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน
ฟีดมิลล์ จำกัด