
เผยโฉมMDใหม่
ง่ายนิดเดียว
ระบุครบไม่มีปลอม


เริ่มใช้แล้วใบกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำ ของใหม่มั่นใจลงข้อมูลครบ รับรองไม่มีปลอม ห้องเย็นบ่นเกษตรกร ร้อนถึงเจ้าหน้าที่ประมงต้องชี้แจงทำความเข้าใจอีกรอบ แต่ไม่เป็นไรเพื่อประชาชนข้าราชการประมงพร้อมช่วยเหลือเสมอ ตระเวนเดินสายให้ความรู้เกษตรกรทั่วประเทศ โดยไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย
เริ่มใช้แล้ว
คุณขนิฏฐา จงพีร์เพียร นักวิชาการ กลุ่มงานวิจัยการจัดเขตการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล
กรมประมง กล่าวว่า ขณะนี้กรมประมงได้ออกระเบียบใหม่ในการใช้ใบกำกับลูกพันธุ์สัตว์น้ำ
(MD) โดยเริ่มมีการใช้มาตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมาแล้ว จนถึงวันนี้ (12
ต.ค.) ได้รับการแจ้งมาว่าเกษตรกรในหลายพื้นที่ยังไม่เข้าใจในระเบียบการต่างๆ
ทั้งวิธีเขียน ขั้นตอนต่างๆ ซึ่งปัญหาที่รับส่วนมากเป็นเรื่องที่เกษตรกรเขียนข้อความไม่ครบถ้วน
หรือบางรายไม่ระบุปริมาณกุ้ง ปัญหานี้เกษตรกรมองว่าเป็นเพียงข้อเล็กๆ น้อยๆ ที่มองข้ามไป
แต่ความจริงแล้วปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่สำคัญทีเดียว เพราะจุดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้อาจทำให้เกิดการปลอมแปลงกันได้
และคนที่เดือดร้อนก็คือ ตัวเกษตรกรเอง ดังนั้นจึงอยากประชาสัมพันธ์ถึงเกษตรกรทุกท่านผ่านหนังสือพิมพ์กุ้งไทย
แบ่งเป็น 5 ส่วนไม่ยุ่งยาก
คุณขนิฎฐา กล่าวอีกว่า สำหรับใบกำกับแบบใหม่จะแบ่งออกเป็น 5 ส่วนด้วยกัน ประกอบไปด้วยส่วนที่
1 ข้อมูลเกษตรกร ส่วนที่ 2 ข้อมูลของผู้ซื้อจากฟาร์ม ส่วนที่ 3 ข้อมูลของแพ/ตลาดกลาง
ส่วนที่ 4 ข้อมูลของโบรกเกอร์ ส่วนที่ 5 ข้อมูลของโรงงานแปรรูป ซึ่งแต่ละส่วนไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด
แต่เกษตรกรต้องทำความเข้าใจพอสมควร และก่อนที่เกษตรกรจะมาขอใบกำกับได้นั้น เกษตรกรต้องมีหมายเลขทะเบียนฟาร์ม
ใบกำกับลูกพันธุ์สัตว์น้ำ ส่วนการออกใบกำกับ เกษตรกรสามารถแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่กรมประมงทุกจังหวดั
และชมรม/สมาคมที่ได้รับอนุญาตจากกรมประมงเช่นเดิม
ขอล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน
คุณขนิฎฐา อธิบายขั้นตอนต่างๆ ว่าก่อนจับกุ้งเกษตรกรต้องมาติดต่อขอใบกำกับล่วงหน้าอย่างช้าที่สุด
1 วัน สำหรับรายละเอียดของใบกำกับแบบใหม่ มีดังนี้ ในส่วนที่ 1 เป็นข้อมูลของเกษตรกร
สำหรับรายละเอียดเกษตรกรระบุว่า ฟาร์มของเกษตรกรเลี้ยงอยู่ที่ไหน หนังสือกำกับลูกพันธุ์เลขที่อะไร
มาตรฐานฟาร์มระดับซีโอซีหรือจีเอพี หรือระดับปลอดสารพิษ ปริมาณที่จับโดยประมาณ
ขนาดพื้นที่บ่อกี่ไร่ ขนาดของไซซ์โดยเฉลี่ย และผู้เลี้ยงจะต้องลงนามรับรองพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของกรมประมง
หรือเจ้าหน้าที่ชมรม/สมาคม (ถ้าออกในนามของสมาคม/ชมรม) แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการใช้เมื่อวันที่
1 ต.ค. พบว่าเกษตรกรไม่ลงวันที่จับ และหากเกษตรกรไม่ลงวันที่จับ อาจทำให้เกิดการปลอมแปลงกันได้
ดังนั้นเกษตรกรต้องระบุให้ชัดเจนว่าจับกุ้งวันที่เท่าไร
ลงปริมาณเป็นตัวอักษร
คุณขนิฎฐา กล่าวว่า ส่วนที่ 2 เป็นของผู้ซื้อจากฟาร์ม ซึ่งเป็นปัญหาในตอนนี้
เกษตรกรหลายรายยังไม่ทราบว่าในส่วนที่สองต้องทำอย่างไรบ้าง ในส่วนที่ 2 นี้เมื่อเกษตรกรขายกุ้งที่จับได้แล้วให้ใส่รายละเอียดของคนที่ซื้อไปด้วย
พร้อมทั้งระบุว่าขายให้ใคร ซื้อวันไหน และในขั้นตอนนี้เกษตรกรจะทราบถึงปริมาณที่จับได้จริง
ว่ามีจำนวนเท่าไร เป็นไซซ์อะไรบ้าง ซึ่งเราจะดูตัวเลขตรงนี้ว่าใกล้เคียงปริมาณที่ลงเลี้ยงหรือไม่
โดยดูจากใบกำกับลูกพันธุสัตว์น้ำประกอบ อาจจะต่างกันนิดหน่อยไม่เป็นไร ว่าตัวเลขมีความใกล้เคียงน่าเชื่อถือแค่ไหน
ถ้าปริมาณมากเกินไปคงไม่ถูกต้อง พร้อมกันนี้เกษตรกรต้องเขียนปริมาณกุ้งเป็นตัวอักษรกำกับ
เพื่อกันการเพิ่มเติมจำนวนปริมาณ หรือนำกุ้งจากที่อื่นมาใส่ในใบกำกับของเกษตรกรรายนั้น
"สิ่งที่สำคัญที่สุด คือปริมาณจริงของกุ้ง และการลงปริมาณเป็นตัวอักษร เกษตรกรต้องรักษาผลประโยชน์ตรงนี้ไว้
ถ้าไม่รักษาผลประโยชน์ตรงปริมาณ อาจทำให้โดนสวมได้ เพราะฉะนั้นขอให้เกษตรกรรักษาผลประโยชน์ตรงนี้ด้วย
และลงนามจริงพร้อมกับผู้ซื้ออาจะเป็นแพหรือตลาดกลาง ที่ผ่านมาพบปัญหาในส่วนนี้เช่นกัน
คือ เกษตรกรไม่ใส่ปริมาณการจับกุ้ง อาจทำให้มีการโกงกันได้ ยกตัวอย่างจาก 300
ตัน อาจกลายเป็น 3,000 ตัน ถ้าไม่มีตัวอักษรกำกับ และกุ้งที่นำเข้ามาเราก็ไม่ทราบว่ามีสารตกค้างด้วยหรือไม่
ถ้ามีสารตกค้างเกษตรกรเดือดร้อนอีกแน่"
ใครซื้อมากเอาได้ตัวจริงไป
คุณขนิฎฐา กล่าวต่อไปว่า สำหรับในส่วนที่ 3 เป็นข้อมูลของแพ/ตลาดกลาง โดยในรายละเอียดให้ระบุชื่อผู้ซื้อ
เลขทะเบียนผู้ประกอบการ วันที่ซื้อ ที่อยู่ ขนาดไซซ์ที่ทำการซื้อ และปริมาณที่ซื้อ
พร้อมทั้งลงรายละเอียดปริมาณที่ซื้อ ไซซ์ ปริมาณคงเหลือจากปริมาณรวมทั้งหมด วันที่ซื้อ
และลงนามทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ส่วนที่ 4 เป็นข้อมูลของโบรกเกอร์หรือตัวแทนซื้อของโรงงาน
ในส่วนนี้จะทำการถ่ายสำเนาแยกเป็นหลายฉบับ ทำให้มีการปลอมแปลงกันได้ ดังนั้นจึงให้ผู้ซื้อระบุชื่อผู้ประกอบการ
เลขทะเบียนผู้ประกอบการ สถานที่ตั้ง ขนาดไซซ์และปริมาณที่ทำการซื้อ และระบุปริมาณคงเหลือ
ในกรณีที่ซื้อไม่หมด และต้องลงรายละเอียดไว้ด้วยว่าเป็นผู้ซื้อรายที่เท่าไร
สำหรับกรณีที่มีผู้ซื้อที่มากกว่า 1 ราย หลายท่านสงสัยว่า แล้วต้นฉบับตัวจริงจะตกอยู่ที่ใคร
สำหรับต้นฉบับตัวจริงจะให้กับรายที่ 1 เนื่องจากรายที่ 1 จะเป็นผู้ซื้อมากที่สุด
ส่วนรายที่ 2 - 3 ได้สำเนาที่ถ่ายเอกสารแทน แต่ถ้าเป็นผู้ซื้อรายที่ 2 ในสำเนาจะมีรายละเอียดของผู้ที่ซื้อในรายที่
1 ด้วย ยกตัวอย่างเช่น รายที่ 2 มาซื้อจะได้ใบสำเนาที่มีรายละเอียดของผู้ซื้อรายที่
1 ที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ว่าซื้อกุ้งไปเท่าไร ไซซ์อะไรบ้าง หรือถ้าเป็นรายที่
3 ก็ต้องมีรายละเอียดของรายที่ 1-2 อยู่ด้วยเช่นกัน เรียกว่าถ้าใครมาซื้อที่หลังจะมีรายละเอียดของผู้ที่ซื้อก่อนหน้านี้ทุกราย
ไม่ว่ากี่รายก็แล้วแต่ต้องมีข้อมูลของผู้ที่ซื้อไปก่อนหน้านี้ทุกอย่าง ทั้งข้อมูลปริมาณ
ไซซ์ที่ซื้อ รวมทั้งปริมาณที่เหลือ
พบกุ้งมีสารห้ามซื้อขาย
คุณขนิฎฐา กล่าวว่า ส่วนนี้เป็นส่วนสุดท้าย ซึ่งเป็นข้อมูลของโรงงานแปรรูป เมื่อโบรกเกอร์ซื้อกุ้งมาแล้วจะนำมาขายให้แก่โรงงานแปรรูปหรือห้องเย็น
ดังนั้นห้องเย็นต้องลงรายละเอียด ชื่อผู้ประกอบการ เลขทะเบียนผู้ประกอบการ สถานที่ตั้ง
ขนาดไซซ์ ปริมาณการซื้อ ปริมาณคงเหลือ วันที่ซื้อ รหัสวัตถุดิบ วันที่ซื้อ และลงนามรับรองร่วมกันระหว่างโบรกเกอร์กับโรงงาน
เพียงเท่านี้ก็เสร็จสมบูรณ์ สำหรับผู้ที่ปลอมแปลงใบกำกับ ซึ่งถือว่าเป็นการผิดทางกฎหมาย
ข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการ คงต้องดำเนินในคดีความกันต่อไป คงไม่นิ่งเฉยแน่นอนสำหรับบุคคลเช่นนี้
"ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงเกษตรกร เมื่อมีการจับกุ้งแล้วต้องใส่รายละเอียดให้ครบถ้วน
ทั้งปริมาณและชนิดของกุ้งและลงนามรับรองด้วยทุกครั้ง เพราะถ้าไม่ทำเช่นนี้คนอื่นอาจจะมาสวมได้
หากคนอื่นสวมใบกำกับและทางกรมประมงนำกุ้งมาตรวจสารตกค้าง และพบสารตกค้างในกุ้งชุดดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ประมงจะวิ่งตรงไปที่ฟาร์มของเจ้าของชื่อที่ระบุไว้ในใบกำกับ ดูสาเหตุที่ทำให้มีสารตกค้าง
และถ้าไม่มีการปรับปรุงจะสั่งห้ามซื้อขายอีก ตรงนี้จะทำให้ตัวเกษตรกรเองที่เป็นคนเสียประโยชน์"
ขอห้องเย็นแจงต่อโบรกเกอร์
คุณขนิฏฐา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการชี้แจงเรื่องใบกำกับแบบใหม่ ทางกรมประมงได้ทำการชี้แจงต่อเกษตรกรในหลายพื้นที่แล้ว
ทั้งตลาดกลางมหาชัย ตลาดปากพนัง หรือตามจังหวัดต่างๆ ที่ผ่านมาได้ชี้แจงให้ผู้ส่งออกได้รับรู้กันไปบ้างแล้ว
ซึ่งทางโรงงานร้องเรียนกันมาว่า เกษตรกรบางรายยังทำไม่ถูกต้อง ดังนั้นจึงต้องนำเรื่องนี้ไปชี้แจงให้ทางเกษตรกรรับทราบอีกครั้ง
ส่วนโรงงานเข้าใจเรื่องวิธีการเป็นอย่างดีแล้ว และเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดที่เป็นผู้ออกใบกำกับก็เข้าใจวิธีการเป็นอย่างดีเช่นกัน
ตอนนี้ติดอยู่ที่เกษตรกรบางรายเท่านั้นที่ยังไม่เข้าใจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของข้าราชการที่ต้องสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรต่อไป
ส่วนทางผู้ส่งออกได้รับปากจะชี้แจงเรื่องนี้แก่โบรกเกอร์ต่อไป ว่าใบกำกับที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร
ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน ลงข้อมูลให้ครบรับรองปลอมแปลงกันไม่ได้ชัวร์
ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ปักษ์หลัง ฉบับเดือน ตุลาคม 2547
![]()
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล
webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน
ฟีดมิลล์ จำกัด