
การป้องกันกลิ่นโคลนในกุ้งขาวแวนนาไม
ชลอ ลิ้มสุวรรณ สมชาย หวังวิบูลย์กิจ นิติ ชูเชิด วราห์ เทพาหุดี และ จริยาวดี
สุริยพันธุ์
อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลของประเทศไทย ตั้งแต่การเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำในระยะแรกประมาณ
20 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งเปลี่ยนมาเพาะเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ในปี พ.ศ. 2545 ผลผลิตมากกว่า
80 เปอร์เซ็นต์ เพื่อการส่งออก ซึ่งในแต่ละปีทำเงินรายได้เข้าประเทศหลายหมื่นล้านบาท
มีประชาชนที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนของกระบวนการผลิต ตั้งแต่พ่อแม่พันธุ์ ลูกพันธุ์
ฟาร์มเลี้ยงกุ้งห้องเย็น หรือโรงงานแปรรูป บริษัทผลิตอาหารและผู้ค้าปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการผลิตทั้งหมด
รวมไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านคน เนื่องจากผลิตภัณฑ์จากการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ในรูปกุ้งสดแช่เย็น
แช่แข็ง และกุ้งแปรรูปเพื่อการส่งออก จะต้องได้มาตรฐานสุขอนามัยและปลอดภัยต่อผู้บริโภคที่สำคัญที่สุดคือ
ต้องไม่มียาตกค้าง และสิ่งเจอปนที่ประเทศผู้รับซื้อกุ้งกำหนดไว้ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมากุ้งกุลาดำจากประเทศไทยเคยมีปัญหายาปฏิชีวนะตกค้างโดยเฉพาะคลอแรมเฟนิคอล
และยาในกลุ่มไนโตรฟูแรนต์ ซึ่งมีผลกระทบต่อการส่งออกมากแต่หลังจากที่ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐบาลและผู้ประกอบการให้ความร่วมมือรณรงค์การเลี้ยงกุ้งเพื่อให้ปลอดยาปฏิชีวนะ
อย่างจริงจังทำให้ปัญหาเรื่องยาตกค้างในผลิตภัณฑ์กุ้งจากประเทศไทยลดน้อยลงไปมาก
ในปัจจุบันนี้จะไม่มีรายงานการตรวจพบยาตกค้างในในผลิตภัณฑ์กุ้งทะเลจากประเทศไทย
โดยเฉพาะในกระบวนการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมมีการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะน้อยมากหรือเกือบจะไม่มีเลย
เมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงกุ้งกุลาดำซึ่งมีการใช้ยาและสารเคมีมากกว่าเพราะมีปัญหากุ้งเป็นโรคมากกว่าแต่ปัญหาที่ยังพบเสมอในการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมคือ
กุ้งมีกลิ่นโคลน (off-flavor หรือ musty odor) เนื่องจากกลิ่นโคลนที่เกิดขึ้นในเนื้อกุ้งขาวแวนนาไมมาจากสารจีออสมิน
(geosmin) ที่ผลิตขึ้นมาจากสาหร่าย หรือแพลงก์ตอน บางชนิดที่สำคัญได้แก่ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน
ออสซิลาทอเลีย (Oscillatolia ) อนาบีนา (Anabaena) ไมโครซิสทิส (Microcystis)
และอีกหลายชนิดรวมทั้งแบคทีเรียในกลุ่ม แอคติโนไมซิทิส (Actinomycetes) เช่นสกุล
แอคติโนไมซิส (Actinomyces) และอีกหลายชนิดในบ่อเลี้ยงกุ้งขาวที่มีปริมาณธาตุอาหารและระดับความเค็มของน้ำเหมาะสม
สาหร่ายชนิดที่กล่าวมาแล้วจะเจริญเติบโตและมีความหนาแน่นมากในน้ำที่มีความเค็มต่ำระหว่าง
0-10 พีพีที โดยเฉพาะเมื่อสาหร่ายหรือแพลงก์ตอนเหล่านี้ตายเป็นจำนวนมาก สารจีออสมินจะถูกปล่อยออกมาจากสาหร่ายอยู่ในน้ำและแทรกซึมเข้าไปในตัวกุ้งทำให้กุ้งมีกลิ่นโคลนหรือกุ้งขาวอาจจะกินสาหร่ายเหล่าน
ี้เข้าไปโดยตรงเนื่องจากกุ้งขาวแวนนาไมกินอาหารทุกชนิดโอกาสที่จะเกิดกลิ่นโคลนจึงมีมากกว่ากุ้งกุลาดำ
ยิ่งไปกว่านั้นการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมนิยมปล่อยลูกกุ้งในอัตราความหนาแน่นสูงมากทำให้ต้องให้อาหารในปริมาณที่มากตามไปด้วย
ของเสียจากสิ่งขับถ่ายของกุ้งและอาหารที่หลงเหลือในบ่อจะเป็นอาหารสำหรับแพลงก์ตอนเหล่านี้ให้เพิ่มปริมาณมากกว่าในบ่อที่มีปริมาณกุ้งหนาแน่นต่ำกว่า
ถ้าสภาพและลักษณะของเนื้อดินในบ่อเลี้ยงรวมทั้งความเค็มของน้ำและการจัดการที่เกี่ยวกับการเลี้ยงทุกอย่างเหมือนกัน
แม้ว่าปัญหากลิ่นโคลนที่เกิดขึ้นในกุ้งขาวแวนไมจะไม่มีผลต่อการผลิตมากหนัก แต่กุ้งขาวที่มีกลิ่นโคลนอย่างรุนแรงหรือมากถึงระดับที่ผู้บริโภคสามารถรับรู้ได้จากการบริโภคหรือทางประสาทสัมผัส
(sensory evaluation) กุ้งเหล่านี้จะถูกปฏิเสธจากผู้บริโภค ที่มีความไวในการรับกลิ่นโคลนที่ไม่พึงประสงค์นี้และกุ้งขาวที่มีกลิ่นโคลนเหล่านี้จะถูกตัดราคาจากห้องเย็นผู้รับซื้อกุ้งซึ่งตามปกติก่อนการรับซื้อกุ้งทุกครั้ง
ห้องเย็นจะสุ่มตัวอย่างกุ้งในบ่อไปตรวจเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มียาตกค้าง และทดสอบว่ากุ้งมีกลิ่นโคลนหรือไม่ถ้ากุ้งมีกลิ่นโคลนทางห้องเย็นจะให้ผู้เลี้ยงแก้ปัญหาจนกว่ากลิ่นโคลนจะหมดไป
หรืออยู่ในระดับที่ยอมรับได้ แต่ในกรณีที่กุ้งมีปัญหาต้องจับฉุกเฉินกุ้งขาวที่มีกลิ่นโคลนจะถูกตัดราคาจากห้องเย็นผู้รับซื้อกุ้ง
และขายได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาปกติ ทำให้ผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งได้รับผลกระทบมากโดยเฉพาะถ้าเป็นช่วงเวลาที่ราคากุ้งขาวแวนนาไมอยู่ในระดับที่ต่ำอยู่แล้วผู้ประกอบการอาจจะต้องขาดทุนหรือสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก
ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณแพลงก์ตอนที่ผลิตสารจีออสมิน
1. คุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสม - ที่สำคัญได้แก่ความเค็ม แพลงก์ตอนกลุ่มสีเขียวแกมน้ำเงินเจริญเติบโตได้ดีในน้ำที่มีความเค็มระหว่าง
0-10 พีพีที และพีเอช ระหว่าง 7.5-9.0 การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมที่น้ำมีความเค็มปกติจึงไม่ค่อยมีปัญหากุ้งมีกลิ่นโคลน
2. อาหารสำหรับแพลงก์ตอน - ได้แก่แอมโมเนีย หรือสารประกอบไนโตรเจนซึ่งเป็นของเสียที่ขับถ่ายจากตัวกุ้งและการย่อยสลายอาหารที่หลงเหลือรวมทั้งปริมาณฟอสฟอรัสดังนั้นโดยทั่วไป
บ่อที่มีกุ้งหนาแน่นจึงมักจะมีปริมาณแพลงก์ตอนมากกว่าบ่อที่มีกุ้งน้อยกว่า
3. ตะกอนแขวนลอยในน้ำ - บ่อเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมที่มีตะกอนแขวนลอยมากน้ำจะขุ่น
ตะกอนเหล่านี้จะบดบังแสงแดดที่ส่องลงไปในบ่อทำให้แพลงก์ตอนสังเคราะห์แสงได้น้อยปริมาณแพลงก์ตอนจะน้อยกว่าที่มีตะกอนแขวนลอยน้อยกว่า
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือบ่อดินที่มีตะกอนมากน้ำขุ่นจะมีปริมาณแพลงก์ตอนน้อยกว่าบ่อที่ปูพื้นบ่อทั้งบ่อด้วยโพลีเอทีลีน
หรือ พีอี
การป้องกันและลดปัญหากลิ่นโคลนในกุ้งขาวแวนนาไม
ในส่วนที่ผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งสามารถปฏิบัติได้คือ การจัดการเรื่องการให้อาหาร
โดยไม่ให้มีอาหารเหลือ จะเป็นการควบคุมปริมาณแพลงก์ตอนที่ดีที่สุด ในส่วนของความเค็มของน้ำที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนเกษตรกรคงไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มากแต่การรักษาระดับของตะกอนแขวนลอย
ให้เหมาะสมสามารถป้องกันการเพิ่มจำนวนของแพลงก์ตอนและปัญหากลิ่นโคลนได้ การควบคุมปริมาณอาหารให้น้อยกว่าที่กุ้งต้องการจะทำให้กุ้งบางส่วนต้องคุ้ยหาอาหารธรรมชาติในบ่อ
จะทำให้ตะกอนพื้นบ่อฟุ้งกระจายขึ้นมาแขวนลอยในมวลน้ำลดปริมาณแสงที่ส่องลงไปในบ่อ
สามารถควบคุมการเจริญเติบโตและปริมาณแพลงก์ตอนได้ การใช้สารเคมีต่าง ๆ ในการควบคุมปริมาณแพลงก์ตอนอาจจะได้ผลบ้างในบางครั้งแต่อาจจะมีผลกระทบต่อกุ้งโดยตรงถ้าปริมาณการใช้มากเกินไป
เพราะถ้าสารเคมีฆ่าแพลงก์ตอนตายในปริมาณมากพร้อมๆ กันกุ้งอาจจะมีปัญหาจากปริมาณแอมโมเนียซึ่งเกิดจากการย่อยสลายของแพลงก์ตอนหรือขาดออกซิเจนได้
เนื่องจากแพลงก์ตอนไม่สามารถสังเคราะห์แสง แต่กระบวนการหายใจยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นไม่ควรใช้สารเคมีในการลดปริมาณแพลงก์ตอน ในระหว่างการเลี้ยงในบ่อที่มีแพลงก์ตอนในกลุ่มสีเขียวแกมน้ำเงินมาก
เช่น ไมโครซิสทิส จะพบว่าแพลงก์ตอนจำนวนมากลอยอยู่บริเวณผิวน้ำ โดยเฉพาะด้านท้ายลม
ควรใช้สวิงตักออกหรือสูบน้ำบริเวณผิวน้ำที่มีแพลงก์ตอนจำนวนมากออกจากบ่อ ถ้ากุ้งมีขนาดใหญ่พอที่จะจับขายได้หรืออยู่ในช่วงใกล้จะจับกุ้งการถ่ายน้ำระบายปริมาณแพลงก์ตอนที่หนาแน่นในบ่อออกไปแล้วเติมน้ำ
ที่ผ่านการพักมาเพียงพอแล้วจะช่วยลดปริมาณแพลงก์ตอนและกลิ่นโคลนได้
ในกรณีที่กุ้งได้ขนาดโตพร้อมที่จะจับแต่มีปัญหากลิ่นโคลนจำเป็นต้องมีการถ่ายน้ำเพื่อระบายกลิ่นโคลนในน้ำและแพลงก์ตอนออกไปในปริมาณ
ที่เหมาะสมแล้วเติมน้ำใหม่เข้าไปในบ่อหลังจากกุ้งลอกคราบ และเปลือกแข็งอยู่ในสภาพที่สะอาด
ลำตัวแน่น จึงควรจับกุ้งก็จะได้กุ้งที่มีคุณภาพสด สะอาด และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นำขึ้นแสดงเมื่อวันที่
25/08/2551
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล
webmaster
สนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลโดย บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์
จำกัด