
สารพันความคิดเห็น โครงการรับจำนำกุ้ง..
หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำ
ด้วยการจัดทำโครงการเปิดรับจำนำกุ้งกุลาดำขึ้น และเนื่องจากโครงการนี้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
การทำงานอาจมีการสะดุดไปบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นทิศทางที่ดี ที่รัฐบาลหันมาเอาใจใส่กับผลผลิตทางการเกษตรชนิดนี้
อย่างน้อยก็ไม่ปล่อยให้เกษตรกรต้องผจญกับปัญหาเพียงลำพัง ดังนั้นทีมงานหนังสือพิมพ์กุ้งไทย
จึงได้รวบรวมความคิดเห็นจากบุคคลต่างๆ ในวงการกุ้งมาฝากท่านผู้อ่าน
อ.ประคอง จันทรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย
กล่าวว่า ตอนนี้กุ้งที่เข้าโครงการมีจำนวนน้อย สาเหตุหนึ่งมาจากตอนนี้ผลผลิตกุ้งกุลาดำออกมาน้อย
ประกอบกับความไม่สะดวกในเงื่อนไขต่างๆ และการจัดการที่ยุ่งยาก สำหรับกฎระเบียบต่างๆ
ที่ตั้งขึ้นมาเกษตรกรพอที่จะรับได้ แต่การทำงานไม่สะดวกรวดเร็วเท่าที่ควร เนื่องจากการทำงานและขั้นตอนของทางราชการต่างกับทางเอกชน
ถ้าขั้นตอนการทำงานของราชการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรได้มากขึ้น
"ขั้นตอนการทำงานมันไม่สะดวกเกษตรกรจึงไม่ค่อยให้การตอบรับเท่าที่ควร ถ้าพัฒนาการทำงานให้เร็วขึ้น
เกษตรกรน่าจะมีการตอบรับที่มากขึ้น และวงเงินที่ให้รายละล้าน สำหรับเกษตรกรรายย่อยคงไม่มีปัญหา
แต่ถ้าเป็นเกษตรกรที่มีหลายบ่อ โครงการนี้คงจะไม่เอื้ออะไรให้กับเขาเลย กุ้งที่เกินวงเงินเหล่านี้จะเป็นปัญหาแก่เกษตรกร
รัฐบาลควรเปิดวงเงินให้มากขึ้น"
คุณโสภณ เอ็งสุวรรณ นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งตะวันออกไทย
กล่าวว่า เมื่อภาครัฐออกมาให้รับจำนำกุ้งกุลาดำได้ เรามองกันว่าราคาน่าจะดีขึ้น
แต่ราคากลับไม่ดีขึ้นเลย ส่วนเรื่องการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานทางกายภาพที่รัฐบาลทำ
เรื่องนี้รัฐบาลควรมีการประชุมร่วมกับเกษตรกรในการวางกฎระเบียบต่างๆ ไม่ใช่ออกกฎมาแล้วเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
ทำให้เกษตรกรหลายรายไม่เข้าใจกับระเบียบ จึงนำกุ้งเข้าโครงการไม่ได้
"มาตรฐานทางกายภาพที่รัฐตั้งขึ้นมาตอนแรก ผมว่าเป็นมาตรฐานของกุ้งเกรดเอมากกว่า
ถ้ากุ้งหลุดจากโครงการรับจำนำหรือจำหน่ายออกไป จะเป็นกุ้งที่ส่งออกได้เลย โดยไม่ต้องมาแปรรูปอีกแล้ว
แต่กุ้งที่เกษตรกรนำเข้าโครงการ ส่วนมากเป็นกุ้งที่ยึดเวลาการเลี้ยงออกไป ปัญหาทางกายภาพต่างๆ
ย่อมมีให้เห็นบ้าง"
คุณเอกพจน์ ยอดพินิจ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฏร์ธานี
กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรทำมานานแล้ว และครั้งนี้ถือว่ากระทรวงพาณิชย์ทำงานได้อย่างรวดเร็ว
เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นที่ดีวิธีหนึ่ง แต่ในระยะยาวรัฐบาลควรแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด
คือ ทำอย่างไรให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งได้มีคุณภาพ อัตรารอดสูง ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา
เกษตรกรประสบปัญหาเรื่องการเลี้ยงมากพอสมควร เลี้ยงไม่รอด เลี้ยงไม่โตทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
ผลผลิตที่ได้ต่ำ ถ้าจะแก้ปัญหาระยะยาวต้องแก้ไขในเรื่องนี้
"นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลชุดนี้ดูแลเรื่องจีเอสพีให้มากขึ้น ทำอย่างไรให้ภาษีในการส่งสินค้าไปอียูลดลง
ในการที่เราเสียภาษีมากกว่าคู่แข่ง ทำให้ต้นทุนการขายของเราสูงกว่าประเทศคู่แข่ง
ในการแก้ปัญหากุ้ง รัฐบาลควรมองในมุมกว้างเข้าไว้ ยิ่งเรื่องการตลาดยิ่งต้องมองให้กว้างและให้ลึก
อย่าโฟกัสไปที่ตลาดสหรัฐฯ ที่เดียว ตลาดอียูเป็นตลาดที่รองรับสินค้ากุ้งได้มาก
แต่เราติดปัญหาเรื่องจีเอสพี อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องนี้ให้มากขึ้น ทำอย่างไรให้เปอร์เซ็นต์ภาษีของเราไม่ต่างกับประเทศคู่แข่งมากนัก
เพื่อความสามารถในการตลาดของกุ้งไทย"
คุณนันทาศักดิ์ หงษ์กิตติยานนท์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งปัตตานี
กล่าวว่า โครงการรับจำนำกุ้งเป็นโครงการที่ดีโครงการหนึ่ง หากรัฐบาลไม่ช่วยเหลือเกษตรกร
กุ้งกุลาดำคงสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแน่ เพราะตอนนี้คนเลี้ยงกุ้งกุลาดำเหลือน้อยมาก
จากการสำรวจโรงเพาะฟักที่ภูเก็ต ซึ่งเป็นแหล่งผลิตลูกกุ้งกุลาดำแหล่งใหญ่ พบว่าโรงเพาะฟักต่างๆ
มีการผลิตลูกกุ้งกุลาดำน้อยมาก บางโรงเพาะฟักเริ่มหันไปทำกุ้งขาวกันบ้างแล้ว
เนื่องจากไม่มีออเดอร์กุ้งกุลาดำจากเกษตรกรบ่อดินเข้ามาเลย เมื่อรัฐบาลทำโครงการนี้ขึ้นมา
ถือว่าเป็นการช่วยคนเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้ดีทีเดียว
"แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลแก้ไขเรื่องวงเงินของผู้เข้าร่วมโครงการ
จากรายละ 1 ล้านบาท เพิ่มเป็นอย่างน้อยรายละ 3 ล้านบาท เกษตรกรถึงจะอยู่ได้ เพราะมูลค่ากุ้งของเกษตรกรแต่ละรายส่วนใหญ่จะมากกว่าวงเงินที่รัฐบาลกำหนด
ส่วนเรื่องการตรวจสอบมาตรฐานทางกายภาพ ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลจะเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรจริงๆ
ควรตั้งมาตรฐานที่เกษตรกรทำได้ ถ้ายังต้องการสงวนอาชีพนี้อยู่ ซึ่งถ้ากุ้งกุลาดำไม่เหลือจากประเทศไทย
ตลาดญี่ปุ่นจะหันไปซื้อกุ้งกุลาดำจากเวียดนามกันหมด แล้วเขาจะพลอยซื้อกุ้งขาวจากเวียดนามไปด้วย"
คุณอุทัย แตรประสิทธิ์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพ (ซีโอซี) จ. ระยอง กล่าวว่า โครงการรับจำนำกุ้งใน จ. ระยอง ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะมาตรฐานทางกายภาพที่รัฐบาลตั้งขึ้นมาครั้งแรกว่าต้องไม่มีหางกุด หางไหม้ เป็นแผล เนื้อน้ำตาล ท้องดำ จุดดำ มาตรฐานแบบนี้เกษตรกรรับไม่ได้ และต่อมารัฐบาลถึงต้องมาแก้ไขมาตรฐานเรื่องนี้ใหม่ ส่วนห้องเย็นถ้ายันคงยืนยันรับจำนำได้เพียงวันละไม่เกิน 4 ตัน เรื่องนี้จะเป็นปัญหาของเกษตรกรต่อไป เพราะแต่ละวันห้องเย็นสามารถรับเกษตรกรได้แค่เพียง 2-3 รายเท่านั้น
คุณชาติชาย ไชยนาเคนทร์ ที่ปรึกษาชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฏร์ธานี
กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เป็นส่วนที่ดีกับเกษตรกรที่มีกุ้งออกมาในช่วงนี้
แต่ไม่แน่ใจว่าโครงการนี้จะเป็นการอุดหนุนสินค้าเกษตรของภาครัฐหรือไม่ จะกระทบกับกติกาของการทุ่มตลาดหรือเปล่า
ถ้าไม่กระทบก็เป็นเรื่องดี ส่วนความคิดเห็นของตนมองว่าในการแก้ไขเรื่องกุ้ง รัฐบาลไม่ควรมองเรื่องการตลาดอย่างเดียว
เพราะตอนนี้เกษตรกรสาหัสจากปัญหาเรื่องการผลิตมากกว่าเรื่องการตลาดเสียอีก เกษตรกรต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือในระบบการเลี้ยงกุ้งกุลาดำมากที่สุด
คือ เรื่องการพัฒนาพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำ พัฒนาให้มีลูกกุ้งที่มีคุณภาพ ปลอดเชื้อ
เมื่อมีลูกกุ้งคุณภาพ ฐานการผลิตก็ง่ายขึ้น ต้นทุนต่างๆ จะลดลง
"ถ้าใครมีกุ้งออกมาในตอนนี้ โครงการนี้น่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้เกษตรกรพอจะหายใจหายคอได้บ้าง
แต่ยังไม่คิดว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด เนื่องจากกุ้งเป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูงกว่าผลผลิตทางการเกษตรกรชนิดอื่นๆ
วงเงินที่รัฐบาลให้มายังไม่พอกับความต้องการของเกษตรกรที่เข้ารับจำนำ ซึ่งในส่วนนี้และทางชมรมเองก็พยายามประสานความเข้าใจระหว่างทางราชการและองค์กรผู้เลี้ยงอยู่"
/หนังสือพิมพ์กุ้งไทย ปักษ์หลัง เดือนกรกฎาคม 2547
เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster