ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.
เตือนราคากุ้งขาว-ดำ
วันนี้ไม่ใช่ของจริง
คนเลี้ยงอย่าหลงกระแส
(ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กุ้งไทย ฉบับที่ 21)

ราคากุ้งขาว-กุ้งดำโดดเป็นรายเดือน กระแสผันผวนตลอด ร้อนถึงตัวแทนผู้เลี้ยงต้องออกโรงเตือนอย่าหลงระเริงกับกระแส ลงกุ้งตามราคาขายระวัง! เจ็บตัว ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ราคาจริง อดใจรอของจริงหลังสหรัฐฯ ประกาศภาษีเอดี

ชี้ราคาวันนี้ไม่ใช่ของจริง
นายประคอง จันทรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย กล่าวถึงราคากุ้งที่ผันผวนในขณะนี้ว่า ตนคิดว่าราคาที่ซื้อขายกันในช่วงนี้ ไม่ใช่ราคาจริง เป็นราคาที่ปรับขึ้นมาเป็นช่วงๆ เป็นราคาที่ซื้อเพื่อปิดตู้มากกว่า บางโรงงานเขาได้ออเดอร์มา แต่ไม่มีสินค้าเขาก็ปรับราคาขึ้น ประกอบกับตอนนี้กุ้งมีปริมาณน้อย ส่วนราคาจริงจะปรากฏออกมาอีก 3 เดือนข้างหน้า เมื่อเรารู้ภาษีที่สหรัฐฯ ประกาศออกมา ช่วงนี้จะไม่มีอะไรที่แน่นอน ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดขึ้นอยู่กับผู้ซื้อต้องการสินค้าอะไรช่วงไหนเท่านั้น
นายประคอง กล่าวต่อไปอีกว่า หลายคนมองว่าราคากุ้งที่ขยับขึ้นๆ ลงๆ ตอนนี้เป็นฝีมือของบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์หรือไม่ ตนคิดว่าคงไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอน ถ้าเขาทำอย่างนั้นได้เขาก็สามารถคุมเรื่องอื่นได้เช่นกัน แต่ถ้าบริษัทอาหารต้องการขายอาหารก็ควรลดราคาให้ต่ำลงมา คนถึงจะมีกำลังซื้อ เขาคงไม่คิดทำเช่นนี้แน่

เลี้ยงทั้งขาวและดำ
"ถ้าถามว่าควรให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งอะไร ขอตอบว่าขณะนี้เกษตรกรจำเป็นต้องเลี้ยงกุ้งทั้งสองอย่าง เพราะการตลาดของไทยกำลังทำทั้งสองตลาด ถ้าเกิดตลาดกุ้งกุลาดำแกว่งก็ยังมีกุ้งขาวเข้ามาช่วย หรือถ้าตลาดกุ้งกุลาดำแกว่งก็ยังมีกุ้งขาวเข้ามาช่วยเหมือนกัน จะบอกว่าเลี้ยงกุ้งกุลาดำอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ถ้าใครเลี้ยงกุ้งอะไรได้ก็เลี้ยง ขอให้เลี้ยงสัก 60 : 40 เป็นกุ้งกุลาดำสัก 60 กุ้งขาว 40 สาเหตุที่เน้นเลี้ยงกุ้งกุลาดำมากกว่า เนื่องจากว่ากุ้งกุลาดำ ถึงอย่างไรราคามันต้องสูงกว่ากุ้งขาวอยู่แล้ว เพราะตลาดไปได้หลายทางไม่ใช่แค่สหรัฐฯ เท่านั้น ยุโรป ญี่ปุ่นก็ไปได้ ทำให้ราคามีการแกว่งน้อยกว่ากุ้งขาว" นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทยกล่าว

เหมือนดาบสองคม
นายโสภณ เอ็งสุวรรณ
นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งตะวันออกไทย กล่าวว่า ตนมองว่าสาเหตุที่ราคากุ้งขาวขยับตัวขึ้นสูงในขณะนี้ อาจจะเป็นสาเหตุมาจากห้องเย็นต้องการให้เกษตรกรลงกุ้งขาวก็เป็นได้ เพื่อเป็นสินค้าไว้จำหน่ายในตลาดเอเซีย แต่ทางกลุ่มผู้เลี้ยงก็มองกันว่าปัจจัยนี้ไม่น่าจะส่งผลรุนแรงถึงขนาดนี้ คงจะมีปัจจัยแฝงอยู่ด้วย ในช่วงนี้ราคาจะขึ้นเท่าไรก็ขึ้นได้ เพราะสินค้ามีน้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อเกษตรกรเท่าไร กลับเป็นดาบสองคมมาทำร้ายตัวเกษตรกรเสียมากกว่า เพราะถ้าเกษตรกรโหมลงแต่กุ้งขาวกันหมด ภายในอีก 3-4 เดือนข้างหน้าราคาจะเป็นอย่างไร ราคาจะอยู่ที่เท่าไร ไม่มีใครทำนายได้ เพราะกุ้งจะไหลเข้าตลาดในปริมาณที่สูงราคาก็จะตกลงไปอีก

เลือดหยดสุดท้าย
นายโสภณ กล่าวว่า ราคาที่สูงแบบนี้คงจะอยู่ได้ไม่นาน ในเมื่อตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้บริโภคยังไม่มีความแน่นอน ผู้ส่งออกก็ยังไม่กล้ารับออเดอร์เท่าไร เนื่องจากกุ้งในท้องตลาดไม่มี ดังนั้นอาจเป็นสาเหตุให้ห้องเย็นออกมากระตุกราคา เพื่อให้เกษตรกรปล่อยกุ้ง และเกษตรกรคนไหนที่มีกุ้งอยู่ในมือก็จะกระตุ้นให้รีบออกมาขาย ไม่ต้องไปเลี้ยงให้ได้ไซซ์ใหญ่ เลี้ยงพอขายได้กำไรนิดหน่อยก็พอ
"ถามว่าถ้าเกษตรกรเลี้ยงกุ้งตามกระแสของราคาที่ขยับขึ้นมาในวันนี้ ถ้าถึง ณ วันที่เกษตรกรจับกุ้งขาย ไม่มีใครรับประกันได้ว่าราคาจะดีเหมือนเช่นวันนี้ และถ้าราคาเกิดไม่ดีขึ้นมาก็จะทำให้เกษตรกรขาดทุนย่อยยับ และหมดโอกาสที่จะเลี้ยงต่อไปในอนาคตแน่ จากการประชุมร่วมกันระหว่างห้องเย็นหรือระหว่างเกษตรกรด้วยกัน เรามองกันว่าควรจะปล่อยกุ้งกุลาดำสัก 60-70% กุ้งขาวสัก 30-40% แต่ความเป็นจริงมันกับตาลปัตร มันจะเข้าไปอีหรอบเดิมเหมือนกับปี 46 นี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวและน่าเป็นห่วง ปี 47 ถ้าเกษตรกรล้มเหลวจากการขายกุ้ง ผมมองว่าในอนาคตปี 48 คนเลี้ยงกุ้งจะล้มหายตายจากไปหมด ปีนี้ก็เรียกว่า เหมือนเป็นเลือดหยดสุดท้ายแล้ว และคงไม่มีหยดต่อไป คงไม่เหลือก๊อกสองกันอีกแล้ว ทุกคนมองว่าปีนี้เป็นปีที่จะเริ่มต้นใหม่ หากปีนี้เริ่มต้นใหม่แล้วมาล้มอีก คงไม่มีโอกาสเกิดอีกแล้ว"

เตือนระวังคู่แข่งด้วย
นายโสภณ กล่าวเพิ่มเติมว่า "เราต้องดูคู่แข่งด้วย อย่าไปดูเรื่องการส่งออกหรือสถานการณ์ในประเทศอย่างเดียว อย่ากังวลว่าจะเสียฐานการตลาดเพียงอย่างเดียว คุณต้องดูคู่แข่งต่างประเทศด้วยว่า จีนจะมีปริมาณเท่าไร เชื่อว่าจีนยังคงมีสินค้าที่มากเหมือนเช่นเคย และจะออกมาพร้อมๆ กับไทย ส่วนเอกวาดอร์หรือบราซิลก็เช่นกัน พอถึงเดือนสิงหาคม ตุลาคม กุ้งจะทะลักเข้าตลาดพร้อมๆ กัน จึงอยากเตือนเกษตรกรไว้ว่า อย่าหลงเชื่อว่าราคาจะดีอย่างนี้ตลอดไป ต้องคิดล่วงหน้าไว้บ้าง เผื่อใจไว้เจ็บบ้าง พยายามเลี้ยงให้มีต้นทุนการผลิตให้น้อยที่สุด นี้คือสิ่งที่จะทำให้อยู่รอดได้"

กุ้งขาวราคาดีผลงานธงฟ้า
นายนิธิศ ภัทรกุลชัย นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด
กล่าวว่า สาเหตุที่ราคากุ้งขาวดีส่วนหนึ่งมาจาก ตอนนี้ต่างประเทศเขามั่นใจว่าไทยจะโดนภาษีเอดีน้อยกว่าประเทศอื่น ประกอบกับกุ้งจีนมีปัญหาเรื่องสารตกค้าง ทำให้หลายแห่งหันมาสนใจกุ้งขาวไทย และกำลังการบริโภคภายในประเทศที่เกษตรกรทำร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ทั้งการโปรโมทกับการบินไทย ทั้งโครงการกุ้งธงฟ้า หลังโครงการต่างๆ สิ้นสุดไปได้ 2-3 เดือน กระแสตอบรับจะเริ่มเห็นผลตามมา ตอนนี้ประชาชนรู้จักกุ้งขาวมากขึ้น ตลาดต่างๆ ในประเทศมีการสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการกุ้งขาวมีมากกว่าเดิม ราคาจึงขยับตัวสูงขึ้น
"แต่ราคากุ้งขาวคงไม่เป็นอย่างนี้นาน ต้องดูจากภาษีเอดีก่อนว่าจีนจะโดนภาษีเท่าไร เอกวาดอร์ บราซิลจะโดนเท่าไร ถ้าประเทศเหล่านั้นโดนภาษีสูงกว่า กุ้งขาวไทยมีสิทธิราคาสูงทั้งปี"

อย่าเลี้ยงตามกระแส
ต่อคำถามที่ว่า สถานการณ์ด้านราคากุ้งช่วงนี้ทำไมถึงพลิกผันรวดเร็ว นายนิธิศตอบว่า "กุ้งเป็นสินค้าที่ค่อนข้างที่อ่อนไหว เป็นสินค้าจิตวิทยาเหมือนดังที่ รมว.วัฒนา เมืองสุข พูดไว้ บางครั้งเราไม่มีข้อมูลวิเคราะห์ที่แน่นอน เกษตรกรเห็นว่าอะไรดีก็เฮกันไปทางนั้นกันหมด พอเฮไปทางใดทางหนึ่งตัวที่มีน้อยมันก็ขึ้นมา จะเห็นว่าตอนนี้ราคากุ้งขาวดี เกษตรกรก็จะไม่สั่งกุ้งดำอีกหันกลับมาสั่งกุ้งขาว ก็เดือดร้อนกับโรงเพาะอีก มันเป็นเหมือนกระแส จะทำอย่างไรให้ลดกระแสให้ได้ และทำให้เกษตรกรเขาเข้าใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต เราต้องมาวิเคราะห์เหตุการณ์ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวด้วย ไม่ใช่มองเหตุการณ์เฉพาะหน้าอย่างเดียว เพราะถ้ามองเหตุการณ์เฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียวจะวิเคราะห์ผิดหมด อย่างตอนนี้ราคากุ้งขาวดี คนก็แห่มาเลี้ยงกุ้งขาว พออีก 3 เดือนข้างหน้า กุ้งขาวออกมามากๆ ราคาก็จะถูกอีก เราต้องมองเหตุการระยะยาวเผื่อไว้ด้วย"


เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster